ประวัติวัดท่าไทร
ตำบลท่าทองใหม่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาค ๑๖
โทร.๐๗๗-๒๗๓๘๓๔, ๐๗๗-๒๒๗๗๗๕, ๐๑-๖๐๖๐๒๔๔
www.watthasai.net

(ตอนที่ ๓ - ตอนจบ)

**********************************

๑๒. กิจกรรมที่วัดจัดทำเป็นประจำทุกปี.-

๑.จัดอบรมนักเรียนบาลีก่อนสอบบาลีสนามหลวง เป็นเวลา ๑๖ วัน ในระหว่างเดือน มกราคม - กุมภาพันธ์ ของทุกปี ๆ ละ ๑ ครั้ง สิ้นเงินปีละประมาณ ๓๘๐,๐๐๐.๐๐ บาท

๒.จัดงานเข้าประพฤติวัตรปฏิบัติธรรมเข้าปริวาสกรรมและบวชชีพราหมณ์ปฏิบัติธรรม ในวันที่ ๑๕ - ๒๕ เดือน มีนาคม ของทุก ๆ ปี มีพระภิกษุสามเณรจากทั่วประเทศ จำนวน ๑๐๐ - ๒๔๐ รูป และมีประชาชนมีจิตศรัทธาให้ความสนใจร่วมบวชชีพราหมณ์ปฏิบัติธรรม ประมาณ ๘๐ -๑๔๐ คน สิ้นเงินปีละประมาณ ๑๔๐,๐๐๐.๐๐ บาท


ภาพกิจกรรมในงานประพฤติวัตรปฏิบัติธรรมและบวชชีพราหมณ์
ซึ่งจัดมานานกว่า ๒๐ ปี

(ในภาพ ประชาชนร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ประมาณ ๒๐๐ รูป)

๓.จัดให้มีการบรรพชาและอบรมสามเณรภาคฤดูร้อน เพื่อพัฒนาเยาวชนในภาคฤดูร้อน ในระหว่างวันที่ ๑๐-๓๐ เมษายนของทุก ๆ ปี สิ้นเงินปีละประมาณ ๑๘๕,๐๐๐.๐๐ บาท

ภาพพิธีบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน, และภาพประชาชนร่วมทำบุญตักบาตรฉลองสามเณรบวชใหม่
่ในงานบรรพชาและอบรมสามเณรภาคฤดูร้อน

๔.จัดให้มีงานสรงน้ำพระและดำหัวผู้สูงอายุ ซึ่งเรียกงานนี้ว่า “งานวันกตัญญู” เป็นประจำทุกปี ในระหว่างวันแรม ๑๒ - ๑๓ - ๑๔ ค่ำ เดือน ๕ ของทุก ๆ ปี สิ้นเงินในการดำเนินการปีละประมาณ ๑๓๐,๐๐๐.๐๐ บาท - ๒๘๐,๐๐๐.๐๐ บาท
๕.เปิดดำเนินการเรียนการสอน(พระภิกษุสามเณร) แผนกธรรม - บาลี ในต้นเดือน พฤษภาคม เป็นต้นไปของทุก ๆ ปี สิ้นเงินปีละประมาณ ๗๕,๐๐๐.๐๐ บาท
๖.เปิดดำเนินการเรียนการสอนนักเรียนในโรงเรียน แผนกธรรมศึกษาในโรงเรียน วัดท่าไทร (ดิตถานุเคราะห์) ในระหว่างเดือน มิถุนายน- พฤศจิกายน ของทุก ๆ ปี สิ้นเงินในการดำเนินการปีละประมาณ ๓๕,๐๐๐.๐๐ บาท
๗.จัดส่งพระภิกษุซึ่งเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมไปทำการสอนในสำนักศาสนศึกษาต่าง ๆ เช่น วัดแสงประดิษฐ์ อำเภอกาญจนดิษฐ์, วัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ อำเภอดอนสัก, โรงเรียนกาญจนดิษฐ์ อำเภอกาญจนดิษฐ์ เป็นต้น เป็นประจำทุกปี
๘.จัดให้มีงานอนุรักษ์ประเพณี “ทำบุญข้าวตอกประจำปี” ทุกวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๘ (หลังเข้าพรรษาแล้ว ๗ วัน)
๙.จัดงานเทศนามหาชาติและบวชชี-พราหมณ์ เพื่อร่วมปฏิบัติธรรมและฟังธรรม ในระหว่างวันที่ ๒๕ - ๒๖ - ๒๗ สิงหาคม ของทุกปี สิ้นเงินปีละประมาณ ๑๓๐,๐๐๐.๐๐ บาท

ภาพถ่ายงานประเพณีเทศน์มหาชาติและงานทำบุญฉลองอายุ "พระราชพิพัฒนาภรณ์" ประจำปี ๒๕๔๕
ซึ่งคณะศิษยานุศิษย์ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๔ -๒๖ สิงหาคม ของทุกปี

๑๐.จัดงานวันสารท เดือน ๑๐ (งานรับ -ส่ง ตายาย) เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของ ชาวภาคใต้ของไทย ในเดือน ๑๐ ของทุก ๆ ปี

๑๑.ประเพณีห่อข้าวต้มลูกโยนออกพรรษา โดยจัดให้มีประเพณีห่อข้าวต้มลูกโยน หรือภาษาถิ่นเรียกว่า "แทงต้ม" โดยใช้ข่าวสารเหนียวปีละประมาณ ๖๔ - ๙๙ ถัง ตามโอกาสที่เห็นสมควร โดยกระทำสืบทอดมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ เพื่อแจกจ่ายกันนำไปรับประทาน เนื่องใน “งานประเพณีชักพระ-ทอดผ้าป่า ประจำปีของจังหวัด สุราษฎร์ธานี” เพื่อเป็นการร่วมอนุรักษ์และสืบสานประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของไทย

         โดยในแต่ละปีจะมีชาวบ้านหลายร้อยคน จากหลายอำเภอทั้งใกล้ ไกล ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และต่างจังหวัด ได้ร่วมกันทำขนมต้ม ในวันขึ้น ๑๔ - ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ (ในเทศกาลวันออกพรรษา) ของทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี ตั้งแต่เช้ามืด จนกระทั่งดึก ชาวบ้านจะพร้อมใจกันเดินทางมายังวัดท่าไทร เพื่อร่วมกันห่อข้าวต้มลูกโยนที่วัดท่าไทร ด้วยความสมัครสมานสามัคคีกัน เพื่อจะได้ใช้ทำบุญตักบาตร และแจกจ่ายประชาชนที่มาร่วมงานบุญชักพระ-ทอดผ้าป่าของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่จะมีขึ้นในเช้าตรู่ของวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ โดยคณะพุทธบริษัทจะนำขนมต้มไปไว้ในรถพนมพระ และแจกจ่ายให้ประชาชนที่มาทำบุญและร่วมงานประเพณีชักพระของสุราษฎร์ธานี

         สำหรับการทำขนมต้มของวัดท่าไทร กระทำสืบทอดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นต้นมา พร้อมกับประเพณีชักพระ-ทอดผ้าป่า ในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ หรือวันออกพรรษา โดยเจริญรอยตามแบบอย่างชาวพุทธครั้งในอดีต ตามพุทธประวัติที่ปรากฏว่า พระพุทธเจ้าเสด็จไปจำพรรษาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อเทศนาอภิธรรมปิฎกโปรดพุทธมารดาจนครบไตรมาสแล้ว ถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ จึงเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ที่ประตูเมืองสังกัสสะ ประชาชนพากันไปต้อนรับพระพุทธองค์และทำบุญตักบาตรอย่างเนืองแน่น และได้มีการห่อข้าวต้มลูกโยน ทำบุญใส่บาตรตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

         ขั้นตอนการทำนั้น คือ การผัดข้าวเหนียวด้วยกะทิสด พอได้ที่แล้วก็จะใส่ถั่ว และน้ำตาล จนได้ที่ ก่อนมาห่อด้วยใบกะพ้อ ที่สอดมัดกันเองโดยไม่ต้องใช้ตอกหรือเชือก และ "ห่อมัด" ซึ่งคล้ายกับห่อต้ม ต่างกันก็แต่ห่อด้วยใบจากหรือมะพร้าวอ่อน เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวประมาณ 4-5 นิ้ว แล้วใช้เชือกมัดเป็นเปลาะ ๆ ก่อนนำไปต้มแล้วนำไปนึ่งประมาณ ๔๕ นาที จึงจะสุกนำมารับประทาน และแจกจ่ายได้

ข้าวต้มลูกโยน หรือภาษาถิ่นเรียกว่า "แทงต้ม" ที่ห่อเสร็จใหม่ ๆ
ที่ผ่านกระบวนการต่าง ๆ พร้อมรับประทานได้ ที่บรรจุในถุง ๆ ละ ๗ - ๑๐ ลูก พร้อมแจกจ่าย

๑๒.จัดทำเรือพนมพระและรถพนมพระเข้าร่วมในขบวนแห่ของ “งานประเพณีชักพระ- ทอดผ้าป่า ประจำปีของจังหวัด สุราษฎร์ธานี” เพื่อเป็นการร่วมอนุรักษ์และสืบสานประเพณี วัฒนธรรมไทย (ภาคใต้) ในเทศกาลออกพรรษา ของทุก ๆ ปี (ประมาณเดือน ตุลาคม)

ภาพแสดงขบวนแห่รถพนมพระของวัดท่าไทร
ซึ่งจัดเข้าร่วมบวนแห่ในงานประเพณีชักพระทอดผ้าป่าออกพรรษา ของ จ.สุราษฎร์ธานี ทุก ๆ ปี

๑๓.ประเพณีทอดผ้าป่าออกพรรษา
          การทอดผ้าป่านี้
ในทางพระพุทธศาสนานับเป็นการกุศลอันสำคัญ เพราะพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ต้องใช้ผ้าบังสุกุลจีวรเป็นปัจจัยเครื่องอาศัยประการหนึ่ง พึงเห็นว่าเมื่อพระอุปัชฌาย์ให้อุปสมบทแก่กุลบุตรแล้ว ก็บอกอนุศาสน์ คือ คำสอนเบื้องต้น ในบัดนั้น ในอนุศาสน์นั้น มีการสอนให้ใช้ผ้าบังสุกุลจีวรเป็นนิตย์อยู่ด้วย แต่ก็ทรงอนุญาตให้ใช้ผ้าเป็นอติเรกลาภอย่างอื่นได้เหมือนกัน ผู้ทอดผ้าบังสุกุลจีวร (ผ้าป่า) นั้น ก็ได้ชื่อว่าช่วยให้พระภิกษุสงฆ์ได้รักษาประเพณีข้อนี้ให้มั่นคงอยู่ได้

         การทอดผ้าป่านั้น เคยมีมาแต่ครั้งพุทธกาล ที่เป็นครั้งสำคัญที่สุดก็คือ เมื่อครั้งนางบุณณทาสี ธิดาของเศรษฐีตระกูลหนึ่งถึงแก่มรณะ เจ้าภาพก็เอาผ้าเนื้อดี ทอดเป็นผ้ามหาบังสุกุลนี้ ได้บังเกิดมหาอัศจรรย์ มีแผ่นดินไหวถึงเจ็ดครั้ง มหาชนต่างก็นมการทอดผ้าป่าแต่นั้นเป็นลำดับมา แต่ก็ไม่ได้จำกัดเวลาว่า จะทอดกันเวลาไหน เมื่อใครจะมีศรัทธา และพร้อมเมื่อไรก็สามารถทอดถวายแด่พระสงฆ์ได้ทันที

         ส่วนการทอดผ้าป่าแด่พระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาในวัดต่าง ๆ ในวันออกพรรษาของจังหวัดสุราษฎร์ธานี คือ วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ นิยมจัดผ้าอันเป็นบังสุกุลจีวร พร้อมด้วยเครื่องบริวารต่าง ๆ ที่จะขาดเสียมิได้ก็คือผ้าหนึ่งผืนเพื่อให้พระสงฆ์พิจารณา และอาหารปิ่นโต ๑ เถา เพื่อถวายให้พระท่านได้ฉัน ส่วนสิ่งของนอกจากที่กล่าวมานั้นก็มีการจัดถวายพระสงฆ์ตามกำลังศรัทธา โดยนิยมจัดพุ่มผ้าป่าไว้บริเวณหน้าบ้าน มีเลขหมายประจำพุ่มไว้ บางบ้านก็จัดทำพุ่มผ้าป่าอย่างงดงามและมีการประกวดกัน มีกรรมการซึ่งทางเทศบาลได้จัดตั้งขึ้นพิจารณาให้ได้รับรางวัล เป็นเกียรติ เป็นที่ระลึกในการบำเพ็ญกุศล ผู้จัดการคือเทศบาลและอำเภอร่วมกัน ได้นำสลากนั้น ๆ ถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ โดยไม่จำเพาะเจาะจงแล้วแต่ท่านจะจับสลากได้แล้ว ก็นิมนต์ไปชักผ้าป่าตามสถานที่นั้น ๆ ในเวลาเช้าตั้งแต่ ๐๖.๐๐ น. เป็นต้นไป อันนับว่าเป็นกุศลสังฆทานในพระพุทธศาสนาประการหนึ่ง

ภาพถ่าย นางพยอม สารสิน
ผู้ริเริ่มงานประเพณีทอดผ้าป่าออกพรรษาของ
วัดท่าไทร และ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ซึ่งเป็นมรดกไทย มรดกโลก

         ประเพณีการทอดผ้าป่าในเทศกาลวันออกพรรษา ซึ่งตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีตามที่ได้กระทำกันอยู่ ณ บัดนี้ ได้มี นางพยอม นามสกุลเดิมคือ เริ่มก่อสกุล (ธิดาของนายเอม นางขำ เริ่มก่อสกุล) ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ตลาดท่าทองใหม่ ตำบลท่าองใหม่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นผู้ริเริ่มจัดให้มีประเพณีทอดผ้าป่าออกพรรษาขึ้น ณ วัดท่าไทร ตำบลท่าองใหม่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทุกวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ (หลังออกพรรษา ๑ วัน) ขณะเดียวกันได้จัดให้มีการชักพระ (ชักลากพระ) โดยใช้เรือทางน้ำ เรือทางบก เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้สักการะบูชาให้เกิดสิริมงคลในโอกาสออกพรรษา เทียบเคียงการจัดฉลองวันเทโวโรหณะในอดีตกาลครั้งพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ และมีการละเล่นกีฬาทั้งทางบกและทางน้ำอย่างสนุกสนาน ซึ่งประเพณีดังกล่าวยังคงได้รับการอนุรักษ์ให้มีอยู่จวบจนกระทั่งปัจจุบัน

         ต่อมานางพยอม เริ่มก่อสกุล ต่อมาภายหลัง สมรสกับ นายฉาย สารสิน จึงได้เปลี่ยนนามสกุลเป็น สารสิน ตามสามี ได้ย้ายไปอยู่ กับสามี ที่ตรอกไม้ไผ่งาช้าง ข้างวัดกลาง ในตลอดบ้านดอน และได้ได้จัดให้มีประเพณีดังกล่าวขึ้นอีกที่บ้านดอน (อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ในปัจจุบัน) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๑ โดยเริ่มแรกได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์จากวัดท่าไทรเป็นหลักในการไปพิจารณาผ้าบังสุกุล ซึ่งภายหลังเจ้าอาวาสวัดท่าไทรในขณะนั้น ก็ได้แนะนำให้นิมต์พระภิกษุซึ่งจำพรรษาอยู่ในวัดที่อยู่ในบ้านดอนซึ่งใกล้บ้านไปพิจารณาชักผ้าบังสุกุล (ผ้าป่า)ด้วย จึงถือเป็นประเพณีปฏิบัติซึ่งได้กระทำกันสืบต่อมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้

         ครั้นกาลล่วงมาถึง หลวงพ่อชม คุณาราโม (ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูดิตถารามคณาศัย) ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าไทร พ.ศ. ๒๔๗๑ ท่านได้พิจารณาเห็นว่าไม่เป็นการสะดวกแก่พระภิกษุสามเณรในการที่จะไปพิจารณาผ้าบังสุกุล (ชักผ้าป่า) ซึ่งนางพยอมได้นิมนต์เอาไว้ เพราะจัดในวันเดียวกันกับประชาชนพุทธบริษัทบ้านท่าทองใหม่ จึงได้เลื่อนการจัดประเพณีดังกล่าวของวัดท่าไทรจากวันแรม ๑ ค่ำ ไปเป็น แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๑ (หลังจากที่นางพยอมจัดทำและทอดผ้าป่าที่ตลอดล่าง บ้านดอนเป็นเวลา ๗ วัน)

         และต่อมา พ.ศ. ๒๕๒๒ (๑๒ พ.ย. ๒๕๒๒) พระครูดิตถารามคณาศัย ได้มรณภาพลง

         พ.ศ. ๒๕๒๒ พระมหาสนอง วิโรจโน ป.ธ. ๙ ได้รับหน้าที่เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดท่าไทร และได้สืบสานประเพณีดังกล่าวไว้เช่นเดิม

         ต่อมา พ.ศ. ๒๕๒๓ พระมหาชูชาติ กนฺตวณฺโณ (พระราชทินนามปัจจุบันคือ พระราชพิพัฒนาภรณ์) ได้เป็นเจ้าอาวาส และท่านได้พิจารณาเห็นว่าเพื่อให้เกิดกายสามัคคีจึงได้ริเริ่มให้จัดตั้งพุ่มผ้าป่าในบริเวณวัดท่าไทรแทนการตั้งพุ่มที่บ้านของชาวบ้านเหมือนครั้งในอดีต ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๔ เป็นต้นมาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน (อ่านประเพณีทอดผ้าป่าออกพรรษาวัดท่าไทร ที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์)

๑๔.จัดอบรมนักเรียนนักธรรมก่อนเข้าสอบธรรมสนามหลวง เป็นเวลา ๑๕ วันในระหว่างเดือน ตุลาคม - พฤศจิกายน ของทุก ๆ ปี สิ้นเงินในการดำเนินการปีละประมาณ ๓๗,๐๐๐.๐๐ บาท - ๑๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท

๑๕.จัดให้มีกิจกรรมพิเศษ เช่น ฟังเทศน์ สนทนาธรรม เจริญวิปัสสนา ฯลฯ เนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา เป็นต้น เป็นประจำทุก ๆ ปี

๑๓.โครงการที่กำลังเร่งดำเนินการในปัจจุบัน.-

             ๑.โครงการ “บ้านช่วยวัด-วัดช่วยบ้าน” เพื่อให้การสงเคราะห์ชาวบ้านและวัดวาศาสนา ที่ได้รับความเดือดร้อน เช่น ได้รับอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย สิ้นเงินโดยสาร ตกงาน เป็นต้น โดยนำเงินทุนในการดำเนินการจากผลิตผลทางการเกษตร(ผลไม้) จำนวน ๑๒๐ ไร่ ที่สำนักสงฆ์ถ้ำสันติธารา (สาขาวัดท่าไทร) ตำบลคลองสระ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเงินจากผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคตั้งเป็นกองทุน

             ๒.โครงการ “สมภารเลี้ยงเณร” เพื่อให้การสงเคราะห์พระภิกษุ สามเณรในวัดท่าไทร และในจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยนำรายได้จากผลิตผลทางการเกษตรคือขายยางแผ่นจากสวนยาง จำนวน ๔๐ ไร่ (จากเนื้อที่ทั้งหมด ๖๒ ไร่)ที่ บ้านตาปาน ตำบลกรูด อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

             ๓.โครงการ “พ่อแม่เลี้ยงลูก” เพื่อให้การสงเคราะห์ทุนประกอบอาชีพแก่ศิษยานุศิษย์ของวัดท่าไทร โดยนำรายได้จากผลิตผลทางการเกษตร เช่น การขายลองกอง ที่ เขานมพร่า ตำบลป่าร่อน อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

             ๔.โครงการ “สวนป่าสมุนไพรในวัด” ตามนโยบายและโครงการสวนสมุนไพรในวัดของกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมการเพื่อดำเนินการ

             ๕.โครงการ “ทุนการศึกษาพระภิกษุสามเณร” เพื่อให้การสันบสนุนการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณร ในการศึกษาเล่าเรียนนักธรรม บาลี และระดับอุดมศึกษา โดยได้รับเงินจากผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคตั้งเป็นกองทุนเพื่อการนี้

             ๖.โครงการ “จักรยานคนจน” โดยให้การสงเคราะห์จักรยานแก่นักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน ดังเช่น จัดซื้อจักรยานมอบให้แก่นักเรียนโรงเรียนกาญจนดิษฐ์ เป็นเงิน ๖,๐๐๐.๐๐ บาท

             ๗.โครงการ “สนับสนุนการแข่งขันกีฬา” เพื่อให้การสงเคราะห์งบประมาณสนับสนุนการจัดการ แข่งขันกีฬาประเภทต่าง ๆ ดังเช่น ให้การสนับสนุนการแข่งขันกีฬาของอำเภอกาญจนดิษฐ์” ปีละ ๕,๐๐๐.๐๐ บาท

             ๘.โครงการ “สงเคราะห์ด้านสาธารณสุข” โดยการให้การสงเคราะห์กิจการโรงพยาบาลต่าง ๆ ดังเช่น สนับสนุนการจัดซื้อเตียงคนไข้มอบให้แก่โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ จำนวน ๓๐ ชุด เป็นเงิน ๓๖,๐๐๐.๐๐ บาท

             ๙. โครงการให้ทุนดำเนินการ “โครงการอาหารกลางวันนักเรียน” ในโรงเรียนต่าง ๆ ดังเช่น โรงเรียนบ้านม่วงลีบ อำเภอกาญจนดิษฐ์ เป็นเงิน ๕,๐๐๐.๐๐ บาท

             ๑๐.โครงการ “สร้างสวนป่าพระมหาชนกเฉลิมพระเกียรติ” จำนวน ๔๐ ไร่ ที่ ตำบลหนองไทร อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี (ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการจัดหาทุนเพื่อจัดซื้อที่ดินดังกล่าว และเมื่อจัดซื้อเรียบร้อยแล้วจะดำเนินการปลูกป่าไม้ยืนต้น เช่น ไม้ยางนา มะม่วง เป็นต้น

             ๑๑.โครงการ “มอบพระพุทธรูปสักการะบูชาแก่สถานศึกษา” เช่น มอบพระพุทธรูปบูชา หน้าตักกว้าง ๒๙ นิ้ว แก่โรงเรียนบ้านคลองสระ ตำบลคลองสระ อำเภอกาญจนดิษฐ์ เป็นต้น

             ๑๒.โครงการ “สนับสนุนสถานศึกษาให้พัฒนาการจัดการศึกษา” โดยการมอบ "พระสมเด็จมหามงคล วัดท่าไทร รุ่นเรารักประเทศไทย" เนื้อโลหะ ผิวกะไหล่ทอง รุ่นแรกและรุ่นเดียวของประเทศไทย วัดท่าไทรจัดทำขึ้น แล้วมอบให้แก่สถานศึกษา ไปจัดการมอบให้เป็นที่ระลึกแก่ผู้ที่ร่วมกับวัดท่าไทรในการสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาแก่สถานศึกษา (โครงการเสร็จสิ้นแล้ว) ดังนี้

- มหาวิทยาลัยราชมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้องเรียนสุราษฎร์ธานี (วัดพัฒนาราม)      
  (ครั้งแรก บริจาคเงินสด ๒ ล้าน และครั้งหลังมอบวัตถุมงคล คิดเป็นเงินอีก ๑ ล้าน) รวม เป็นเงิน
๓,๐๐๐,๐๐๐.๐๐
บาท
- สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต ๑ เป็นเงิน
๑,๐๐๐,๐๐๐.๐๐
บาท
- สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต ๒ เป็นเงิน
๑,๐๐๐,๐๐๐.๐๐
บาท
- สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต ๓ เป็นเงิน
๑,๐๐๐,๐๐๐.๐๐
บาท
- โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ต.ตลาด อ.เมืองฯ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเงิน
๑,๐๐๐,๐๐๐.๐๐
บาท
- โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองฯ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเงิน
๑,๐๐๐,๐๐๐.๐๐
บาท
- โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา ต.ตลาด อ.เมืองฯ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเงิน
๑,๐๐๐,๐๐๐.๐๐
บาท
- วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี ต.ตลาด อ.เมืองฯ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเงิน
๑,๐๐๐,๐๐๐.๐๐
บาท

             ๑๓.โครงการ “สนับสนุนสถานโรงพยาบาลของรัฐ” โดยการมอบ "พระสมเด็จมหามงคล วัดท่าไทร รุ่นเรารักประเทศไทย" เนื้อโลหะ ผิวกะไหล่ทอง รุ่นแรกและรุ่นเดียวของประเทศไทย วัดท่าไทรจัดทำขึ้น แล้วมอบให้แก่สถานศึกษา ไปจัดการมอบให้เป็นที่ระลึกแก่ผู้ที่ร่วมกับวัดท่าไทรในการสนับสนุนโรงพยาบาล จำนวน ๒ แห่ง (โครงการเสร็จสิ้นแล้ว) ดังนี้

- โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี (รพ.ศูนย์สุราษฎร์ธานี) ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองฯ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเงิน
๑,๐๐๐,๐๐๐.๐๐
บาท
- โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเงิน
๑,๐๐๐,๐๐๐.๐๐
บาท

             ๑๔.ทุนการศึกษาสงเคราะห์เด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งขณะนี้ได้ให้ทุนการศึกษา แก่นักเรียนในสถานศึกษาต่าง ๆ ดังเช่น.-

-มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (ทุนเรียนจนจบ ป.ตรี ปีละ ๓ คน) ปีละ เป็นเงิน
๓๐,๐๐๐.๐๐
บาท
-โรงเรียนท่าอุแทวิทยาคม ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ เป็นเงิน
๑๕,๐๐๐.๐๐
บาท
-โรงเรียนกาญจนดิษฐ์ อ.กาญจนดิษฐ์ เป็นเงิน
๑๕,๐๐๐.๐๐
บาท
-โรงเรียนวัดท่าไทร(ดิตถานุเคราะห์) อ.กาญจนดิษฐ์ (ตั้ง พ.ศ.๒๕๒๕) เป็นเงิน
๒๒๗,๙๖๗.๙๙
บาท*
-โรงเรียนบ้านควนนิมิต ต.ทุ่งรัง อ.กาญจนดิษฐ์ เป็นเงิน
๒,๐๐๐.๐๐
บาท

*ทุนสงเคราะห์นักเรียนชั้นประถมศึกษาของวัดท่าไทร ธนาคารกรุงไทย สาขาสุราษฎร์ธานี บัญชีเลขที่ ๘๐๗-๑-๖๐๔๒๒-๔ ข้อมูล ณ วันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๔๗

             ๑๕.โครงการ “ให้ทุนดำเนินกิจการร้านสหกรณ์ของสถานศึกษา” เพื่อให้สถานศึกษาต่าง ๆ ได้มีการดำเนินการกิจการ สหกรณ์ของนักเรียน โดยนักเรียน และเพื่อนักเรียน ดังเช่น ให้ทุนจัดตั้งกิจการสหกรณ์โรงเรียนวัดท่าไทร(ดิตถานุเคราะห์) เป็นเงิน ๔,๐๐๐.๐๐ บาท

             ๑๖.โครงการ “ให้การสงเคราะห์อุปกรณ์ในการจัดงานพิธีต่าง ๆ” ดังเช่น ให้การสนับสนุน อุปกรณ์แสงเสียง โต๊ะ เก้าอี้ เสื่อ สาด หมอน และเครื่องครัว เช่น ช้อน จาน ชาม เป็นต้น แก่หน่วยงาน ราชการ เอกชน วัด และประชาชนในท้องถิ่น เป็นประจำ

สำหรับผู้ที่มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคสนับสนุนโครงการดังกล่าวได้ที่...

             -พระเทพพิพัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดท่าไทร โทร. ๐-๗๗๒๗-๓๘๓๔, ๐๘-๑๖๐๖-๐๒๔๔
             -พระครูอาทรกาญจนคุณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าไทร โทร.๐๘-๙๗๒๘-๘๘๙๕
             -พระมหาบุญโฮม ปริปุณฺณสีโล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าไทร โทร. ๐๗๗-๒๒๗๗๗๕

หมายเหตุ.- เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๕ พระมหาบุญโฮม ปริปุณฺณสีโล (ไชยฤทธิ์) ได้พิจารณาเห็นว่าสื่ออินเตอร์เนต เป็นสื่อที่เข้าถึงประชาชนที่รวดเร็ว ประหยัด และมีคุณภาพ จึงได้จัดทำเว็บไซต์วัดท่าไทรขึ้นมา ทำการดูแลและปรับปรุงให้คนทั่วไปได้ค้นคว้าข้อมูลจนกระทั่งปัจจุบัน โดย เป็นผู้เขียน ปรับปรุง อัปเดท และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

**********************************************************************************************************

บรรณานุกรม

         บุญโฮม ปริปุณฺณสีโล, พระมหา, ประวัติหลวงพ่อชมและวัดท่าไทร, ศูนย์ฝึกอบรมพิมพ์ดีดและคอมพิวเตอร์ วัดท่าไทร, จ.สุราษฎร์ธานี, ๒๕๔๓
         บุญโฮม ปริปุณฺณสีโล, พระมหา, ประวัติพระครูดิตถารามคณาศัย (พิมพ์ครั้งที่ ๕/๒๕๕๔) หจก.เคทีกราฟฟิค การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์, จ.สุราษฎร์ธานี

*****************************************
นำเสนอข้อมูลและดูแลระบบ โดย ศูนย์ฝึกอบรมพิมพ์ดีดและคอมพิวเตอร์วัดท่าไทร
ประสานงานได้โดย E-Mail ถึง พระมหาบุญโฮม ปริปุณฺณสีโล
E-mail : watthasai@gmail.com,songpak16@yahoo.com,fm107.25mhz@gmail.com